การตรวจ MRI ดีอย่างไร

1. การตรวจด้วยวิธีนี้สามารถจำแนกคุณสมบัติของเนื้อเยื่อที่แตกต่างกันได้หลายแบบ และตรวจหาสิ่งผิดปกติในระยะแรกได้

2. ตรวจได้ทุกระนาบโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนท่าผู้ป่วย

3. สามารถตรวจเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ภายในกระดูกได้

4. ไม่มีรังสีเอ็กซ์ที่เป็นอันตรายแก่ร่างกาย ทำให้สามารถตรวจในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ในช่วง 6 เดือน - 9 เดือนได้หากมีข้อบ่งชี้การส่งตรวจที่เหมาะสม โดยพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์

5. สามารถทำการตรวจได้แม้เป็นโรคไตวายโดยไม่จำเป็นต้องฉีดสารทึบรังสี

6.  โอกาสแพ้สารที่ใช้ในการตรวจ (Gadolinium) น้อยมาก เมื่อเทียบกับสารทึบรังสีที่ใช้ในการตรวจเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

วัตถุประสงค์ของการตรวจ MRI  

  1. ตรวจหาความผิดปกติของสมอง ได้แก่
  • สมองขาดเลือด
  • เนื้องอก
  • สาเหตุการชัก
  • การอักเสบติดเชื้อของเนื้อสมองและเยื่อหุ้มสมอง

     2.  ตรวจหาความผิดปกติของหลอดโลหิตในสมองและลำตัว โดยไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี

 

เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง EEG (Electro Encephalo Graphy)

EEG : Electroencephalography  การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง คือ การตรวจคลื่นสมองโดยการตรวจผ่านการติดเครื่องมือทางหนังศีรษะซึ่งจะแปลเป็นความถี่ และรูปร่างต่างๆ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น ภาวะลมชัก  ภาวะสมองทำงานผิดปกติ เป็นต้น

ประโยชน์ของการตรวจคลื่นสมอง

 การตรวจคลื่นสมองมีประโยชน์อย่างมากในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคลมชัก เพราะช่วยยืนยันการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นลมชักจริงหรือไม่ (ในกรณีประวัติอาการชักไม่ชัดเจน)   นอกจากนี้ยังช่วยจำแนกชนิดของโรคลมชัก ซึ่งมีผลต่อการเลือกยากันชักที่เหมาะสมกับโรคลมชักแต่ละประเภท การตรวจคลื่นสมองสามารถใช้ประเมินผลการรักษาได้นอกเหนือจากการติดตามผู้ป่วย อีกทั้งยังใช้ในการตัดสินใจก่อนหยุดยากันชัก กรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการชักติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี

นอกจากโรคลมชักแล้ว การตรวจคลื่นสมองยังให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ในภาวะต่างๆ ต่อไปนี้

  • ใช้ประเมินการทำงานของสมองในผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุที่ศีรษะหรือหลังผ่าตัดสมอง
  • ใช้ประเมินการทำงานของสมองในผู้ป่วยภาวะโคม่า
  • ใช่ช่วยวินิจฉัยผู้ป่วยที่ซึมลง หรือหมดสติ และสงสัยว่าผู้ป่วยนั้นมีอาการชักที่ไม่แสดงออกโดยการเกร็งกระตุก (non-convulsive)
  • ช่วยวินิจฉัยภาวะสมองตาย (Brain death)
  • ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนหลับ
  • ใช้ช่วยวินิจฉัยกลุ่มโรคบางอย่างที่มีลักษณะคลื่นสมองเฉพาะเจาะจง