รายชื่อแพทย์

พญ.กนกอร ศักดิ์พิสุทธิวณิชย์

จักษุแพทย์ (อนุสาขากระจกตา)

view full profile
นพ.จตุพล โชคบุญเปี่ยม

จักษุแพทย์ (สาขาต้อหิน ต้อกระจก)

view full profile
พญ.ปริชาติ โชติช่วงนภา

แพทย์โสต ศอ นาสิก

view full profile
พญ.รมณา ภัทรธนศิล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขานาสิกวิทยาและภูมิแพ้

view full profile
บริการสำหรับผู้ป่วย

บริการด้านโรคตา     

    ตาเป็นอวัยวะสัมผัสที่สำคัญอย่างหนึ่งในร่างกายมนุษย์เรา มีความละอียดอ่อนที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมากเพื่อช่วยให้การมองเห็นที่ดีนั้นควรหมั่นดูสุขภาพสายตาให้ดีอยู่เสมอป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามจนนำไปสู่การสูญเสียสายตาได้  

  โรงพยาบาลเสรีรักษ์มีบริการด้านโรคตาโดยเฉพาะภายใต้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีเพื่อการรักษาเฉพาะทาง บริการตรวจรักษาและให้คำปรึกษาโรค ดังนี้
-   ให้คำปรึกษา และตรวจวินิจฉัยโรคทางด้านสายตาทุกชนิด
-   ให้บริการรักษาโรคทางด้านสายตา พร้อมบริการผ่าตัดต้อกระจกด้วยวิธีการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการมอง เห็นการผ่าตัดต้อเนื้อ ภายใต้การดูแลของจักษุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตา 
-   บริการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ สั้น ยาว เอียง

 มีปัญหาสายตา ... รักษาได้ที่ รพ.เสรีรักษ์ 

ศูนย์โรคตา : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น



  บริการด้านโรค หู คอ จมูก    

      หู คอ จมูก เป็นอวัยวะที่ซ่อนอยู่ภายใน ความผิดปกติมักเกิดขึ้นเมื่ออวัยวะเหล่านี้ทำงานผิดพลาด ไม่ว่าการได้ยินลดลง เสียการทรงตัว หายใจไม่คล่อง กลืนลำบาก นอนกรน หรือบางทีก็มีก้อนหรือเลือดออกผิดปกติ ศูนย์ หู คอ จมูก ให้บริการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อการวินิจฉัยโรค ภายใต้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง บริการตรวจรักษาและให้คำปรึกษาโรค ดังนี้
-  ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคทางด้านหู คอ จมูก ผ่านกล้อง Telescope
-   รักษาโรคทางด้าน หู คอ จมูก ทั้งทางการให้ยา และการผ่าตัดอย่างครบวงจร
-   ตรวจรักษาภูมิแพ้โดยวิธี Skin Pick Test
-   ตรวจการได้ยินผ่านเครื่อง Audiogram

ศูนย์โรค หู คอ จมูก : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น.

 

เทคโนโลยีและการรักษา

 

กล้องตรวจตาด้วยระบบดิจิตอล (Digital slit lamp microscopy)

        กล้องตรวจขยายภาพตา ใช้ในการตรวจตา ตั้งแต่ส่วนหน้าสุดของตา คือ ขนตา เปลือกตาไปถึงส่วนในสุด คือ จอประสาทตา โดยกล้องจะทำหน้าที่ขยายภาพได้มากถึง 40 เท่า ทำให้มองส่วนต่างๆ ของตาได้ชัดเจน

        เป็นกล้องถ่ายภาพตาขณะที่ตรวจโดยต่อกับกล้องตรวจตา สมารถแสดงภาพทางจอโทรทัศน์ ทำให้ผู้ป่วยได้เห็นภาพดวงตาของตัวเองและแพทย์สามารถอธิบายดรคได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพและจัดเก็บไว้ได้เหมือนกล้องถ่ายรูป ซึ่งทำให้สามารถดูย้อนหลังและเปรียบเทียบผลการรักษาในแต่ละวัน

เครื่องสลายต้อกระจกด้วยอัลตร้าซาวด์ (Phacoemulsification)

เป็นเครื่องมือในการผ่าตัดสลายต้อกรระจกแบบใหม่ล่าสุด ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงไปสลายต้อกระจกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วดูดออกมา หลังจากนั้นจึงใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทนที่เพื่อให้การมองเห็นดีขึ้น

ซึ่งมีข้อดีกว่าวิธีเดิมหลายเท่า คือ

-          แผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กเพียง 2-3 มม. เท่านั้น

-          ไม่ต้องฉีดยาชา ใช้เพียงการหยอดยาเท่านั้น เพราะการผ่าตัดไม่ทำให้เจ็บมาก

-          ที่สำคัญใช้เวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดน้อยกว่าปกติมาก และสามารถกลับไปทำงานได้เร็วกว่าวิธีเดิม 

 

บอกเล่าประสบการณ์

แพทย์หญิงกนกอร ศักดิ์พิสุทธิวณิชย์

จักษแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอนุสาขากระจกตา : แพทย์เจ้าของไข้

 

กรณีการผ่าตัดต้อกระจก โดยการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ทั้ง  2 ข้าง ของคุณระวีวรรณ โมลาศน์ อายุ 67  ปี  ทีมงานมีโอกาสได้สัมภาษณ์และร่วมพูดคุย กับคุณระวีวรรณ โมลาศน์   ถึงอาการก่อนและหลังเข้ารับการรักษาผ่าตัดต้อกระจกที่ตาทั้ง 2 ข้าง โดยการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม                              

                          

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด  คุณระวีวรรณ เล่าถึงอาการเริ่มแรก คือ ตนรู้สึกว่าสายตาพร่ามัวทั้ง 2 ข้าง และเวลามองแสงไฟ เช่น มองแสงไฟที่แอร์ ถ้าเป็นคนสายตาปกติเขาบอกว่ามองเห็นแสงไฟเป็นจุดเล็กๆ ตามปกติ ซึ่งแตกต่างจากเรากลับมองเห็นแสงไฟมันกระจายออกมา จากนั้นตัวเองก็ได้เริ่มสังเกตถึงความผิดปกติมาได้สักระยะหนึ่ง เริ่มมีความรู้สึกว่าการมองเห็นมันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืนการมองเห็นค่อนข้างลำบากมาก

จึงตัดสินใจเข้ามาตรวจตาที่ รพ.เสรีรักษ์ คุณหมอได้ตรวจอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าเป็นอาการของโรคต้อกระจก ซึ่งคุณหมอมีข้อแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดตา ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้กลายเป็นต้อหิน อาจส่งผลให้รักษาให้หายได้ยากขึ้น

ก่อนตัดสินใจผ่าตัด มีความกังวลเล็กน้อยเรื่องเจ็บและเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน โดยตัวเองมีภาระที่ต้องดูแลหลาน และได้ฟังคนที่เคยผ่าตัดจากโรงพยาบาลอื่น เขาเล่าให้ฟังว่าต้องนอนพักรักษาตัวเป็นเดือน จึงกังวลเรื่องระยะเวลาในการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด แต่หลังจากที่ได้คุยกับคุณหมอและได้ฟังการอธิบายถึงวิธีการผ่าตัดและการดูแลตัวเองแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ตนจึงมั่นใจและตัดสินใจผ่าตัดตามคำแนะนำของคุณหมอ

วันรุ่งขึ้นหลังจากการผ่าตัด คุณระวีวรรณ บอกว่าอาการทั่วไปไม่มีอะไรมากดูปกติดี อาจจะมีเจ็บเล็กน้อยและรู้สึกตึงๆบริเวณตา แต่หลังทานยาตามที่คุณหมอให้ก็หาย พอคุณหมอเปิดผ้าปิดตาออก ตรวจวัดสายตามองเห็นชัดกว่าเดิมมาก จากที่ก่อนผ่าตัดสามารถอ่านค่าตัวเลขได้เฉพาะบรรทัดบนแค่ 1 บรรทัด เท่านั้น จากทั้งหมด 7 บรรทัด แต่หลังการผ่าตัดสามารถมองเห็นและอ่านตัวเลขได้ถูกต้องครบทุกบรรทัดเลย

สำหรับการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดก็ไม่มีอะไรมาก มีข้อห้ามที่ควรระวัง คือ ห้ามโดนน้ำ และห้ามกระแทกรุนแรงที่ตาเท่านั้น ซึ่งหากเรากังวลเราก็หาแว่นตามาใส่ป้องกัน ตามที่คุณหมอแนะนำ ซึ่งคิดว่าหลังจากกลับบ้านไปคงทำงานทุกอย่างได้ตามปกติ

ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ

                  

กรณีการผ่าตัดต้อกระจก โดยการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ทั้ง  2 ข้าง     ของคุณระวีวรรณ โมลาศน์ อายุ 67  ปี  ทีมงานมีโอกาสได้สัมภาษณ์และร่วมพูดคุย กับคุณระวีวรรณ โมลาศน์   ถึงอาการก่อนและหลังเข้ารับการรักษาผ่าตัดต้อกระจกที่ตาทั้ง 2 ข้าง โดยการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 ไปนั้น

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด  คุณระวีวรรณ เล่าถึงอาการเริ่มแรก คือ ตนรู้สึกว่าสายตาพร่ามัวทั้ง 2 ข้าง และเวลามองแสงไฟ เช่น มองแสงไฟที่แอร์ ถ้าเป็นคนสายตาปกติเขาบอกว่ามองเห็นแสงไฟเป็นจุดเล็กๆ ตามปกติ ซึ่งแตกต่างจากเรากลับมองเห็นแสงไฟมันกระจายออกมา จากนั้นตัวเองก็ได้เริ่มสังเกตถึงความผิดปกติมาได้สักระยะหนึ่ง เริ่มมีความรู้สึกว่าการมองเห็นมันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืนการมองเห็นค่อนข้างลำบากมาก

จึงตัดสินใจเข้ามาตรวจตาที่ รพ.เสรีรักษ์ คุณหมอได้ตรวจอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าเป็นอาการของโรคต้อกระจก ซึ่งคุณหมอมีข้อแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดตา ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้กลายเป็นต้อหิน อาจส่งผลให้รักษาให้หายได้ยากขึ้น

ก่อนตัดสินใจผ่าตัด มีความกังวลเล็กน้อยเรื่องเจ็บและเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน โดยตัวเองมีภาระที่ต้องดูแลหลาน และได้ฟังคนที่เคยผ่าตัดจากโรงพยาบาลอื่น เขาเล่าให้ฟังว่าต้องนอนพักรักษาตัวเป็นเดือน จึงกังวลเรื่องระยะเวลาในการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด แต่หลังจากที่ได้คุยกับคุณหมอและได้ฟังการอธิบายถึงวิธีการผ่าตัดและการดูแลตัวเองแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ตนจึงมั่นใจและตัดสินใจผ่าตัดตามคำแนะนำของคุณหมอ

วันรุ่งขึ้นหลังจากการผ่าตัด คุณระวีวรรณ บอกว่าอาการทั่วไปไม่มีอะไรมากดูปกติดี อาจจะมีเจ็บเล็กน้อยและรู้สึกตึงๆบริเวณตา แต่หลังทานยาตามที่คุณหมอให้ก็หาย พอคุณหมอเปิดผ้าปิดตาออก ตรวจวัดสายตามองเห็นชัดกว่าเดิมมาก จากที่ก่อนผ่าตัดสามารถอ่านค่าตัวเลขได้เฉพาะบรรทัดบนแค่ 1 บรรทัด เท่านั้น จากทั้งหมด 7 บรรทัด แต่หลังการผ่าตัดสามารถมองเห็นและอ่านตัวเลขได้ถูกต้องครบทุกบรรทัดเลย

สำหรับการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดก็ไม่มีอะไรมาก มีข้อห้ามที่ควรระวัง คือ ห้ามโดนน้ำ และห้ามกระแทกรุนแรงที่ตาเท่านั้น ซึ่งหากเรากังวลเราก็หาแว่นตามาใส่ป้องกัน ตามที่คุณหมอแนะนำ ซึ่งคิดว่าหลังจากกลับบ้านไปคงทำงานทุกอย่างได้ตามปกติ

 

อาการของคนไข้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด :

โดย...แพทย์หญิงกนกอร ศักดิ์พิสุทธิวณิชย์

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอนุสาขากระจกตา : แพทย์เจ้าของไข้

เล่าให้ฟังว่า...คนไข้มาพบแพทย์ ด้วยอาการตามัวทั้ง 2 ข้าง ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1 เดือน หลังจากตรวจอาการของคนไข้แล้ว พบว่ามีตาที่มัวค่อนข้างมากทั้ง 2 ข้าง และพบต้อกระจกทั้ง 2 ข้าง จึงแนะนำคนไข้ว่าหากต้องการมองให้ชัดขึ้น ควรจะเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์ตาเทียมา ส่วนการรักษาโดยการใช้ยาหยอด , การทานยา หรือการตัดแว่นมาใส่นั้นจะไม่สามารถทำให้ตากลับมามองเห็นได้

หลังจากนั้น คนไข้จึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดตาทั้ง 2 ข้าง แต่ได้ผ่าตัดให้ทีละ 1 ข้าง เพื่อความสะดวกของคนไข้ หลังการผ่าตัดผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ คือการมองเห็นของตาทั้ง 2 ข้าง ของคุณระวีวรรณ ชัดเจนดีสามารถใช้สายตาในการประกอบชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งช่วยให้กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านได้ดีขึ้น เนื่องจากตาสามารถมองเห็นได้ชัดดีกว่าเดิม

 

มีปัญหาสายตา...รักษาได้ที่ รพ.เสรีรักษ์

ศูนย์โรคตา : 0-2761-9888 ต่อ 1221  , 1222

เฟซบุ๊ก

-