รู้จักเสรีรักษ์ คลินิกเฉพาะทาง โปรแกรม แพคเกจ โปรโมชั่น รายชื่อแพทย์ ข่าวและกิจกรรม เกร็ดความรู้ ข้อมูลบริการผู้ป่วย เทคโนโลยีฯ
This is an example of a HTML caption with a link.
คลินิกโรคหัวใจ

เมื่อไหร่..ควรพบแพทย์โรคหัวใจ heart 

1.อาการผิดปกติที่อาจบ่งชี้ว่าเป็นโรคหัวใจ ซึ่งอาการที่พบบ่อยประกอบไปด้วย

  • อาการเหนื่อยเวลาออกกำลังกาย

                แต่ในรายของคนที่เป็นโรคหัวใจการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยหรือระดับซึ่งไม่เคยเหนื่อยมาก่อน อาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยผิดปกติได้เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีอาการเหนื่อยผิดปกติ ในระดับการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน อันนี้อาจบ่งบอกว่าท่านควรไปพบแพทย์โรคหัวใจ อย่างไรก็ตามอาการเหนื่อยเมื่อออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ ไม่ได้สามารถบ่งชี้ว่าเป็นโรคหัวใจชนิดใดเพราะโรคหัวใจไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดตีบ โรคหัวใจที่เกิดจากลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัว อ่อนแรง และอื่นๆ ก็สามารถมีอาการเหนื่อยขณะออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยได้

  • อาการเจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก

                อาการนี้เป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคของหลอดเลือดหัวใจตีบตัน อันเนื่องมาจากมีไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ อาการเจ็บหน้าอกหายใจอึดอัดอันเนื่องมาจากหลอดเลือดหัวใจตีบนี้ จะมีลักษณะเฉพาะเจาะจง คือ มักจะมีอาการเจ็บหรือแน่นบริเวณกลางหน้าอก เหมือนมีอะไรหนักๆมาทับหรือมารัด ไม่ให้หน้าอกขยายตัวเพิ่มขึ้น อาการนี้มักจะเป็นเวลาออกกำลัง เช่น การออกกำลังกาย การทำงานหนัก คือ เวลาที่หัวใจทำงานมากขึ้นจะต้องมีเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น แต่หลอดเลือดโลหิตตีบจึงไม่สามารถมีเลือดเลี้ยงเซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจ จึงทำให้เกิดอาการเจ็บหรือ แน่นหน้าอก

  • อาการของภาวะหัวใจล้มเหลว

                อาการของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โดยเริ่มจากอาการเหนื่อยซึ่งอาจจะเป็นเหนื่อยขณะออกกำลังกายนิดหน่อยหรือเหนื่อยในขณะนั่งพักเฉยๆ ก็ได้ แล้วแต่ความรุนแรง ถ้าเป็นมากก็อาจจะมีอาการนอนราบไม่ลง กล่าวคือปกติตอนนอนจะได้ใช้หมอนเพียงใบเดียวอาจจะต้องเพิ่มปริมาณหมอนมากขึ้นเป็น 2หรือ 3 เพื่อหนุนให้สูงขึ้นเพราะในผูป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวถ้านอนสูงขึ้น อาการเหนื่อยอึดอัดจะน้อยกว่านอนราบ ถ้านั่งอาการเหนื่อยจะดีขึ้น อาจจะพบมีอาการตื่นขึ้นมาหอบตอนกลางคืน ส่วนมากมักจะให้ประวัติว่าเมื่อนอนหลับไปแล้วสัก 3-4 ชั่วโมง จำเป็นต้องตื่นขึ้นมาก นอกจากนั้นอาจพบอาการขาบวม ท้องบวม ในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวได้

  • อาการใจสั่น หัวใจเต้นรัว เร็วผิดจังหวะ 

                 ​ปกติหัวใจคนเราจะเต้นในจังหวะ 60-100 ครั้ง/นาที ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ  กรณีนี้เราจะไม่รู้สึกความผิดปกติในจังหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าหัวใจมีการเต้นกระโดด ไม่  สม่ำเสมอมาก่อนกำหนด เราอาจจะมีการเหมือนใจแกว่งๆ เต้นรัวเร็วเหมือนกลองหรือ  เหมือนขณะที่วิ่งมาอย่างเต็มที่ ทั้งๆที่ความเป็นจริงขณะนั่งพักอยู่ อาการใจสั่นนี้อาจจะพบ  ในผู้ป่วยที่มีอาการลังเล มีความเครียด ทั้งๆที่ไม่ได้เกิดอาการเต้นผิดจังหวะของหัวใจจริงๆ  ก็ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านพบแพทย์ แพทย์จึงจำเป็นต้องแยกให้ได้ว่เป็นเรื่องของหัวใจ  หรือมิใช่ หากท่านได้รับการตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้าหรือด้วยเครื่องมือพิเศษในขณะที่ท่านมีอาการใจสั่นจะบอกได้ว่าท่านเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่

  • อาการเป็นลมหมดสติ

อาการเป็นลมชั่วคราว แล้วฟื้นขึ้นมาเองไม่ต้องมีการช่วยเหลือจากแพทย์ เป็นอาการของโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะในกรณีที่จังหวะการเต้นของหัวใจช้าเกินไปหรือมีจังหวะหยุดนานเกินกว่า 3 วินาที อาจจะทำให้ท่านมีอาการเป็นลมหมดสติชั่วคราวแล้วฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ได้เอง เมื่อหัวใจเต้นกลับมาปกติเหมือนเดิมอาการเป็นลมหมดสติดังกล่าวนี้เกิดเนื่องจากหัวใจหยุดชั่วคราวหรือเต้นช้า ไม่เพียงพอที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง ให้ท่านมีสติอยู่ตลอด เวลาเป็นปกติได้ ท่านจึงมีอาการดังกล่าว

  • อาการหัวใจหยุเต้นกะทันหัน

                ผู้ที่มีอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันถ้าไม่ได้รับการช่วยชีวิต กู้ชีวิตขึ้นมาใหม่ ก็คงถึงแก่ชีวิตไปแล้วไม่ปรากฎเป็นอาการเมื่อนำมาพบแพทย์

 

2. อาการที่แสดง

               คือสิ่งที่ตรวจพบที่ผิดปกติในร่างกายที่ทำให้ท่านไปหาแพทย์สิ่งส่งตรวจพบที่โดยปกติถ้าต้องการความชำนาญในการบอกว่าสิ่งที่ตรวจพบนั้นผิดปกติ ท่านก็อาจจะไม่สามารถรู้ได้ด้วยตนเองแต่สิ่งที่ตรวจพบบางอย่างท่านอาจเห็นได้จากภายนอก ยกตัวอย่าง เช่น เท้าบวม กดบุ๋ม ถ้าท่านสังเกตว่าเท้าบวมขึ้นก็อาจจะพบได้ ภาวที่มีหัวใจล้มเหลว อาการแสดงหรือสิ่งที่ตรวจพบอย่างอื่นที่อาจจะนำท่านพบแพทย์โรคหัวใจก็อาจจะได้แก่ ความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งทำให้เกิดอาการแสดงว่ามีลักษณะปลายมือ ปลายเท้าเขียวคล้ำ แล้วก็อาจจะมีนิ้วปุ้มตั้งแต่เด็ก หรือมาเป็นตอนผู้ใหญ่ก็ได้

              ความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิดอาจจะพบร่วมกับโครงสร้างของร่างกายที่มีรูปร่างผิดปกติไป เช่น กลุ่มโรคมาแฟน (Marfan syndrome) อาจจะพบร่วมกับการท่านมีตัวสูง มือเท้ายาว โดยเมื่อท่านกางแขนออกท้องสองข้างแล้ววัดระยะห่างระหว่างปลายนิ้ว ทั้ง 2 ข้างเมื่อท่านกางแขนออกจนสุด จะมากกว่าความสูงของท่าน เมื่อวัดจากศรีษะถึงเท้า ถือเป็นความพิการมาแต่กำเนิด ซึงพบร่วมกับความผิดปกติของหลอดเลือดใหญ่เอออร์ติค โดยจะมีการขยายตัวของหลอดเลือดแดงใหญ่และมีการรั่วของลิ้นเอออร์ติคหรือลิ้นไมตรัล

 

3. การตรวจทางห้องปฎิบัติการและ การตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ

               การตรวจพบเป็นเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ก็จะทำให้ท่านเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กรณีที่ท่านเป็นผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูงท่านก็อาจจำเป็นต้องพบแพทย์โรคหัวใจแล้วจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น การตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน หรือการตรวจด้วยสารกัมมันตภาพรังสีหรือแม้แต่การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจโดยตรงเป็นเครื่องมือที่ใช้วินิจฉัยว่าท่านเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่ 

 

heart การตรวจพบหัวใจจากเอกซเรย์  heart

 

                การตรวจสอบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ถ้าท่านมีความผิดปกติจากการตรวจทางห้องปฎิบัติการ โดยสรุปจะเห็นว่าท่านควรพบแพทย์โรคหัวใจต่อเมื่อมีอาการ อาการแสดงหรือสิ่งตรวจพบได้จากห้องปฎิบัติการ และการตรวจพิเสษที่อาจบ่งชี้ว่าท่านอาจจะเป็นโรคหัวใจก็จะทำการวินิฉัยได้ก็ต่อเมื่อ ได้ถามประวัติและตรวจร่งกายท่ายอย่างละเอียดและบางครั้งก็จำเป็นที่ต้องเพิ่มเติมทางหัวใจ เช่น การตรวจหัวใจด้วยเครื่องคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงหรือที่เรียกกันติดปากว่าการตรวจเอ็คโค (Echo) การตรวจสรรถภาพของหัวใจด้วยการเดินสายพาน การตรจหลอดเลือดด้วยสารกัมรังสี การฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจหรือการสวนหัวใจ เพื่อตรวจดูว่าหัวใจทำงานปกติหรือไม่ หลอดเลอดหวใจมมีพยาธิสภาพหรือไม่ มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิดหรือไม่ เป็นต้น

               * นอกจากนี้แม้บางครั้งอาการไม่แน่ชัด แต่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีภาวะเบาหวาน, ความดันสูง ,ไขมันร้ายสูง, สูบบุหรี่จัด หรือมีประวัติ พ่อ,แม่ เสียชีวิตด้วยเส้นเลือดหัวใจ หรืออัมพาตก่อนวัยอันควร (บิดาก่อน 55 ปี มารดา ก่อน 65 ปี ) ก็ควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง